เรามีอาการตาแห้งใช่หรือไม่?

ตาแห้ง (Dry eye)

คนทั่วๆ ไปคงเข้าใจกันว่า ตาแห้ง คือ ปริมาณน้ำตาลดลงจนก่อให้เกิดอาการไม่สบายตา ความจริงภาวะตาแห้ง ปัจจุบันใช้คำว่า “dysfunctional tear syndrome” = DTS ซึ่งอาจแปลง่ายๆ ว่า การทำงานของน้ำตาที่ผิดปกติจนเกิดอาการต่างๆ ทั้งนี้มักจะเกี่ยวข้องหรือมีความผิดปกติของเนื้อเยื่อผิวตา
ในสมัยก่อน ประชากรไม่ค่อยมีปัญหาของตาแห้งเท่าปัจจุบัน อาจเป็นที่คนเรามีอายุยืนขึ้น (ตาแห้งพบมากในผู้สูงอายุ) ใช้ยารักษาโรคประจำตัวบางชนิด เป็นเหตุให้สร้างน้ำตาลดลง หรือการใช้ computer, มือถือ, อุปกรณ์บนจอภาพมากขึ้น ทำให้ตาแห้ง ผู้คนใช้คอนแทคเลนส์ รับการผ่าตัด หรือได้รับสารเคมีที่ทำลายเซลส์ผิวตามากขึ้น ตลอดจนปัจจัยการดำรงชีวิต พบสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดภาวะตาแห้งมากขึ้น จึงทำให้มีผู้ป่วยมีปัญหาตาแห้งมากขึ้น

แล้วตาแห้ง มีอาการอะไรได้บ้าง

อาการของภาวะตาแห้ง ในผู้ป่วยที่อายุน้อย มักมาด้วยแสบตา เคืองตา น้ำตาแตกตัว (tear break up time) เร็วกว่าปกติจะกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกทำให้แสบตา ตาฝืด ๆ เคืองตา แต่ในคนสูงอายุ การรับรู้ความรู้สึก (corneal sensation) ลดลง จึงอาจไม่รู้สึกแสบตา เคืองตา มีอาการน้ำตาไหล ตามัวลง แต่หากกระพริบภาพอาจชัดขึ้น เมื่อเกิดภาวะตาแห้งนำมาซึ่งการอักเสบเล็กน้อย ทำให้ผู้ป่วยมาด้วยอาการตาแดงได้ ผู้มีตาแห้งบางรายอาจใช้กระพริบตา หรือหยีตา หรือมาด้วยตาสู้แสงไม่ได้ ใช้สายตาไม่ทน เคยนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้นานก็ทำไม่ได้ คันตา ก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่เกิดจากภาวะตาแห้งที่ไปกระตุ้นประสาทความรู้สึก ผู้ที่เคยใช้คอนแทคเลนส์จะรู้สึกว่าระยะหลังใช้คอนแทคเลนส์ไม่ได้ หากมีอาการแทรกซ้อนจากตาแห้งจนมีผิวกระจกตาเป็นแผลถลอก (epithelial defect) ตามด้วยกระจกตาบางลง มีการติดเชื้อทำให้เจ็บปวดตามากขึ้น
โดยสรุปภาวะตาแห้งมีอาการได้หลากหลายมาก และอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม

บทความโดย
ศ.พญ. สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต
จักษุแพทย์ รพ. ตา หู คอ จมูก